การตรวจสอบ “ไฟ” กับตู้ MDB”

0 Comments
ตู้ MDB

ตู้ MDB หรือ MDB Main Distribution Board เป็นตัวควบคุมไฟฟ้าของอุตสาหกรรมที่จะสามารถควบคุมไฟฟ้าภายในอุตสาหกรรมให้สามารถจ่ายไฟไปในภาคจ่ายไฟต่าง ๆ ได้ถูกต้องและเหมาะสม ทำให้ไม่เกิดปัญหาของระบบไฟฟ้า และ สามารถควบคุมระบบไฟฟ้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ  ซึ่งตู้ MDB นั้นเป็นหนึ่งในอุปกรณ์ ที่จะต้องมีทมงาน คอยแก้ปัญหา และ หน่วยซ่อมบำรุงด้วยเช่นกัน ดังนั้นสนบทความนี้เราจะมาดูกันดีกว่านะครับว่าในการตรวจสอบตู้ MDB นั้นเราสามารถที่จะตรวจสอบบตู้ MDB ได้อย่างไร ว่ายังมีการทำงานที่มีประสิทธิภาพได้ดี  

การตรวจสถาณะไฟฟ้า  

ในตู้ MDB รุ่นใหม่ ๆ นั้นจะมีการการใส่ ดิจิตอลมิเตอร์เข้ามาให้ดูได้ง่ายขึ้นทำให้ใช้งานได้ง่ายขึ้น ซึ่งการตรวจสอบขั้นต้นนั้นคือการที่เรานั้นตรวจสอบระบบไฟฟ้าทั้ง 3เฟส ว่ายังทำงานปกติดีหรือไม่ โดยไฟฟ้าทั้ง 3 เฟสนั้นจะเป็นการแสดงสถาณะ ตามไฟที่ติดอยู่บนตัวตู้ MDB ซึ่งหลอดไฟหลอดที่ 1 จะแสดงสถาณะไฟฟ้าเฟสที่ 1 (R) หลอดไฟดวงที่ 2 จะแสดงสถาณะไฟฟ้าเฟสที่ 2 (S) และ หลอดไฟฟ้าหลอดที่ 3 จะแสดงสถาณะไฟฟ้าเฟสที่ 3 (T)  

การวัดแรงดันไฟฟ้า  

แรงดันไฟฟ้านั้นมีวิธีการวัดถึง 2 รูปแบบ โดยในการวัดแรงดันไฟฟ้าแบบ เฟสต่อเฟสนั้นจะเป็นหนึ่งในวิธีที่ที่ใช้กันบ่อย โดยให้เรานั้นตรวจสอบแรงดันไฟฟ้าได้ด้วยการไปเช็คที่ โวลโวลต์ซิเล็คเตอร์  โดยจะมี การจับคู่ ภาษาอังกฤษไว้ให้นั้นคือ  RS ST TR ซึ่งเราจะสามารถหมุนโวลต์ซิเล็กเตอร์ เพื่อวัดแรงดันไฟฟ้าได้เลย โดยแรงดันไฟฟ้าที่เป็นปกตินั้นคือ 380 – 400 V   

การวัดกระแสไฟฟ้า  

ในตู้ MDB นั้น จะต้องมีการติดตั้ง แอมป์ซิเล็กเตอร์ไว้ด้วย เพื่อใช้ในการวัดกระแสไฟฟ้าภายในตู้ โดยจะสามามารถที่จะหมุนได้ 3 ระดับนั้นคือ 1 2 3 โดยจะเป็นการวัดกระแสไฟฟ้าเฟสที่ 1 2 3 และ ตามลำดับตัวเลขด้วยเช่นกัน  และ ในตำแหน่งตัว O นั้นหมายถึงตำแหน่ง Off หรือ ไม่มีการใช้งานฟังชั่นค์ การวัดกระแสไฟฟ้านั้นเอง ซึ่งถ้าหากว่าเป็นตู้ที่มีดิจิตอล LCD  นั้นให้เลือกโหมดตัว A เพื่อใช้ในการวัดกระแสไฟฟ้านั้นเอง  

ถ้าหลอดไฟสถาณะดับ  

อย่างที่ได้กล่าวไปด้านบนไว้แล้วว่าไฟสถาณะ นั้นจะมีด้วย 3 หลอด นั้นคือ หลอดที่ 1 2 และ 3 เพื่อแสดงการทำงานของไฟฟ้าเฟสที่ 1 2 และ 3 ตามลำดับ และ ในกรณีที่ไฟฟ้าหลอดหลอดหลอดหนึ่งดับไป ให้เราไปเช็คก่อนว่า    มีแรงดันไฟที่ปกติอยู่หรือไม่ โดยปกติแรงดันไฟฟ้าจะต้องอยู่ที่ 380-400 V เพราะว่าบางทีนั้นอาจจะเป็นเพียงแค่การที่หลอดไฟ LED นั้นหลอดขาดเท่านั้น แต่ถ้าในกรณีที่แรงดันไฟฟ้านั้นมาไม่ปกติ แรงดันไฟฟ้ามาเพียงแค่ 180-200 V ให้เรานั้นปิดเซอร์กิตเบรกเกอร์ย่อยทั้งหมด และ ค่อยมาปิดที่ Main switch  และ แจ้งการไฟฟ้าในพื้นที่ของตัวเอง  

กรณีเซอร์กิตเบรกเกอร์ อยู่ในสถาณะ ทริป  

เซอร์กิตเบรกเกอร์นั้นจะมีด้วยกัน 2 รูปแบบ ในตู้ MDB นั้นคือ Main Cb หรือ เซอร์กิตเบกเกอร์ หลัก และ เซอร์กิตเบรกเกอร์ย่อยที่คอยแสดงสถาณะไฟฟ้าในจุดต่าง ๆ ซึ่งโดยปกติแล้ว สถาณะ On ที่เป็นปกติ นั้น ก้านโยกของสวิตนั้นจะอยู่ในขีดเส้นตรง และ สถาณะ OFF ก้านโยกจะอยู่ที่รูปตัว O แต่ถ้าหากว่าเป็นสถาณะ TRIP นั้นหมายถความว่ามีการจ่ายแรงดันไฟฟ้าที่เกิน หรือ มีการใช้ไฟที่เกิน ทำให้อยู่ในสถาณะ TRIP โดยก้านโยกนั้นจะอยู่ที่รูปสามเหลี่ยม โดยการที่เราจะทำให้ก้านโยกกับไปในตำแหน่ง ON นั้นเราจะต้องดึงก้านโยกมาที่ตำแหน่ง OFF และ โยกขึ้นไป ON  แต่ว่าถ้าหากว่าเราโยกไปสถาณะ ON แล้ว ก้านโยกยังกลับมาที่ TRIP อีก แสดงว่ามีไฟฟ้าลัดวงจร  

การตรวจสอบพื้นที่ในการติดตั้งตู้ MDB   

ตู้ MDB นั้นในพื้นที่การติดตั้งเองก็มีความสำคัญอย่างมากด้วยเช่นกันเพราะว่าในการติดตั้งนั้นไม่ควรที่จะอยู่ในพื้นที่ที่แออัด หรือ มี การระบายอากาศที่ไม่ดีพอ เพราว่าอาจจะทำให้ตู้นั้นร้อนเพราะว่าการทำงานอย่างหนัก หรือ แม้แต่ในเรื่องของ ความชื้นเองก็มีความสำคัญอย่างมากด้วยเช่นกัน ไม่ควรติดตั้งในพื้นที่ที่มีความชื้นมากเกินไป หรือ อยู่ใกล้กับอุปกรณ์ทำความชื้นต่าง ๆ ที่อาจจะสามารถกลั่นตัวเป็นหยดน้ำได้  

อยู่ในพื้นที่ที่เข้าถึงง่าย  

การติดตั้ง ตู้ MDB นั้นจริงอยู่ว่ามีขนาดใหญ่ แต่ว่าควรจะหาพื้นที่ที่มีการเข้าถึงได้ง่ายไม่ยุ่งยาก ในการเข้าถึงเพราะว่าหากว่าเกิดเหตุขัดข้อง หรือ ต้องการทีมช่างในการเร่งด่วนจริ ง ๆนั้นการเข้าซ่อมในพื้นที่ที่สามารถเข้าถึงได้ง่ายเป็นอีกหนึ่งในเรื่องที่สำคัญอย่างมากด้วยเช่นกัน  

ซึ่งนี้เป็นเพียงแนวทางเท่านั้นในการตรวจสอบระบบตู้ MDB แต่ว่าในความเป็นจริงนั้นหากว่าตู้ MDB เสีย หรือ มีปัญหา และ ชำรุด นั้นเราสามารถที่จะตรวจสอบได้เบื้องต้นก่อน แต่ว่าในการแก้ไขปัญหาที่เกิดหน้างานนั้นเราควรที่จะเลือกให้ทีมช่างที่มีความรู้ และ ความเข้าใจ และ ความสามารถจะดีกว่านะครับ เพราะว่าไม่อย่างนั้นอาจจะทำให้เกิดความเสียหายหนักกว่าเก่าได้ เพราะว่าตู้ MDB นั้นมีการจ่ายไฟฟ้าไปในพื้นที่อุตสาหกรรมแน่นอนว่าหากว่าเกิดความผิดลพาดในการซ่อมแซมนั้นอันตรายอย่างมาก ดังนั้นให้ช่างผู้ชำนาญการในการซ่อมแซมจะดีกว่าอย่างมากทั้งเรื่องของความปลอดภัย และ การใช้งานนะครับ