เรื่องน่ารู้ของลูกโป่ง

0 Comments
ลูกโป่ง

หากว่าเอ่ยถึงลูกโป่ง หลายๆ คนก็คงจะคุ้นเคยกันเป็นอย่างดีว่า สามารถเอามาตกแต่งบ้านได้ เป็นของขวัญก็ได้ แต่ว่าใครจะรู้ถึงที่มาและเรื่องน่ารู้ของมันบ้าง จะดีกว่าหรือไม่หากเราศึกษาข้อมูลให้ได้มากที่สุดก่อนจะใช้งาน เพื่อประโยชน์ทางด้านความรู้ของเราเอง เรื่องน่ารู้มีอะไรบ้างมาดูกันเลย 

อะไรคือลูกโป่ง 

เป็นวัตถุรูปทรงแตกต่างกันออกไป แต่ว่ายืดหยุ่นได้แบบไม่ยาก และทำให้พอง โดยเราจะเลือกเป็นก๊าซชนิดต่างๆ ใส่ลงไปนั่นเอง ไม่ว่าจะเป็นก๊าซฮีเลียม ก๊าซไฮโดรเย่น ก๊าซออกวิเจน โดยปัจจุบันนี้ก็ได้มีการผลิตอันมีวัสดุจากน้ำยาง หรือผ้าไนลอน และโพลีคลอรอพรีน หลายๆ คนคงไม่รู้ใช่หรือไม่ว่า สมัยก่อนทำจากกระเพาะปัสสาวะของสัตว์ที่ตากแห้งดีแล้ว เช่น กระเพาะหมู กระเพาะแพะ  

ประโยชน์ 

บางคนอาจจะคิดว่าใช้แค่การประดับและตกแต่งสถานที่เท่านั้น แต่ว่าบางชนิดเราเอาไว้ใช้เพื่อพยากรณ์สภาพอากาศ ใข้เพื่อช่วยในการดำเนินการของแพทย์ ช่วยในเรื่องการขนส่ง โดยบางครั้งก็ใช้ในการทหารอีกด้วย จุดเด่นของวัตถุชนิดนี้ก็คือราคาไม่แพง น้ำหนักเบา การประดิษฐ์เกิดจากไมเคิล ฟาราเดย์ นักวิทยาศาสตร์ชื่อก้องโลกนั่นเอง 

ใช้อะไรอัดแก๊ส 

หลายๆ คนคงสงสัยใช่ไหมว่าในประเทศไทยเราใช้อะไรอัดแก๊ส ขอบอกเลยว่าใช้สองแก๊สคือ Helium กับ Hydrogen ซึ่ง Hydrogen มีความเร็วในการจุดประกายไฟสูง ในขณะที่ Helium ไม่ติดไฟ ส่วนใหญ่แล้วหากว่าเป็นงานที่ติดไฟตระการตาก็จะใช้ลูกโป่งอัดแก๊ส Helium เพราะว่าหากบรรจุแก๊สที่ติดไฟง่าย อาจจะระบิดได้ และส่งผลอันตรายกับคนในงานนั่นเอง 

การจัดเก็บและกำจัด 

อย่างไรก็ดีปัญหาของวัตถุนี้ก็คือ เมื่อใช้งานแล้วไม่รู้จะทิ้งที่ไหน ขอบอกเลยว่าควรปล่อยลมออก จากนั้นมัดรวมกันแล้วทิ้งในจุดที่กฎหมายกำหนดไว้ ปัญหาที่พบบ่อยก็คือกรณีที่เป็นแบบลอยฟ้า (กรณีตัดเชือกเปิดงาน) ในที่สุดจะตกไปที่ไหนสักแห่ง เช่นในทะเล แล้วเกยตื้นบนผืนทราย เคราะห์ร้ายก็อาจจะไปพันกับสัตว์ปีกบนฟ้า หรือสัตว์น้ำที่กินซากของวัตถุนี้ไปเพราะเข้าใจว่าคืออาหารนั่นเอง 

จะเห็นได้อย่างชัดเจนเลยว่า แม้จะเป็นตัวช่วยในการเสริมสร้างบรรยากาศให้งดงามกว่าเดิม แต่ก็ไม่ได้แปลว่าจะเกิดประโยชน์อย่างเดียวเท่านั้น หากแต่ก็มีโทษอีกด้วย ดังนั้นจะดีกว่าไหมว่าเราเลือกใช้แค่พอเหมาะพอควร ไม่มากเกินไปและไม่น้อยเกินไป เพื่อให้ไม่เกิดโทษสำหรับโลกใบนี้ เพราะว่าเราเองก็รู้ดีอยู่แล้วว่าโลกกำลังป่วยหนัก ต้องการการรักษาโดยด่วน ไม่ใช่แค่ประชาชนร่วมมือกันเท่านั้น แต่นายทุนและภาครัฐก็ต้องร่วมมือกันด้วย